[SF] Apathetic #DoubleB

posted on 03 Feb 2016 11:43 by myyeenka

Title: Apathetic
Pairing: BOBBY x B.I
Author: @yeast_13409
Word: 1,441
Tag: #สั้นๆจากยย

-----------------------------------

 

ชีวิตผมเริ่มจำเจแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ...
ในทุกๆวัน ของทุกๆการกระทำ เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยน
แทบจะรู้เลยด้วยซ้ำว่าประโยคแรกของวันที่คุณจะพูดขึ้นน่ะ คือคำว่าอะไร
ผมเดินไปเรื่อยๆ ในทางเดิมๆ มีจุดหมายคือสถานที่เดิมๆ โดยมีความคิดเดิมๆที่วนเวียนอยู่ในหัวไม่รู้จบ

‘เมื่อไหร่จะจบสักที เรื่องแบบนี้เมื่อไหร่จะจบสักที ความน่าเบื่อนี้เมื่อไหร่จะหายไปสักที’

ได้แต่พ่นลมหายใจระบายความอึดอัด มันเป็นแบบนี้และมันจะยังคงเป็นไป
ผมเดินมาถึงจุดหมายเดิมๆ นั่งลงในที่เดิมๆ พบปะผู้คนแบบเดิม บทสนทนาเดิมๆที่เรามักใช้คุยกัน มันจำเจ แต่มันยังคงเป็นไป

‘ถ้ามีใครสักคนทำให้เรื่องพวกนี้หายไปก็คงดี’

และความคิดเดิมๆที่เกิดขึ้นซ้ำๆเวียนมาเพื่อตอกย้ำความเบื่อหน่ายของชีวิต คำถามเดิมๆที่เกิดขึ้นแทบจะตลอดเวลาในหัว

‘ทำไมเราไม่ลองเริ่มต้นอะไรใหม่ๆล่ะ’

‘ทำไมไม่ลงมือทำในสิ่งที่คิดไว้สักทีล่ะ’

‘กำลังรออะไร...หื้ม? เขาคนนั้นไม่มีจริงหรอก คนคนนั้นเป็นแค่จินตานาการเท่านั้นแหละ’

เขาคนนั้นโผล่เข้ามาในหัวผมตอนที่ผมเบื่อๆในชีวิตบวกกับการดูหนังที่มากไป ผมเลยได้ความคิดใหม่ที่ว่า ‘หากมีใครสักคนที่ยอมทำทุกอย่างให้เราโดยไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย มันคงจะดีไม่น้อย’นั่นคือจุดเริ่มต้น

“สวัสดีบีไอ ออกไปซื้อของกันไหม?”

บทสนทนาที่เริ่มต้นด้วยการเรียกชื่อที่ผมคิดขึ้นเองในโลกของผม ที่ผมกำหนดทุกสิ่งให้มันเป็นไปตามแต่ที่ผมอยากให้เป็น ถูกเรียกจากปากของเขา เขาที่จะมาทำให้ทุกอย่างเป็นจริง ผมไม่ได้ตอบ เก็บของแล้วเดินตามเขาออกไป มือที่ถูกยื่นออกมาเพื่อจับมือผมไว้ ไม่มีคำพูดใดใดระหว่างการเดินทางครั้งนี้ ผมจำอะไรไม่ค่อยได้นอกจากความอบอุ่นของเขาที่ผมสัมผัสได้จากมือ เขาเลือกซื้อทุกอย่างที่ผมอยากได้ ใช่เขาคนนั้นจะต้องรู้ว่าผมต้องการอะไร และสนองในสิ่งที่ผมต้องการ

“ต้องจ่ายคืนรึเปล่า นี่ไม่มีตังค์นะ น่าจะรู้นิ”

ประโยคแรกของผมที่ใช้พูดกับเขา เป็นเสียงหัวเราะที่ตอบกลับมาพร้อมสัมผัสอบอุ่นที่หัว

“อย่ามาตลกน่ะ นายก็รู้ว่าฉันมาทำไม”

ผมยิ้มให้กับประโยคนั้น ‘ใช่..ฉันรู้ว่านายมาทำไม’

การซื้อของสิ้นสุดพร้อมกับแสงสว่างที่ทำให้รู้ว่าเรื่องทั้งหมดจบลงด้วยคำจำกัดความว่าฝัน นั่นคือครั้งแรกที่ผมเจอเขาในโลกของผม ผมกับเขาความสัมพันธ์ของเรา จากวันนั้นมาเป็นเวลาสามปี และยังคงเป็นไปในโลกของผม

คนเรามักมีความโลภ

แม้เรื่องบางเรื่องที่เกิดขึ้นในโลกที่เรากำหนดได้ในทุกสิ่ง ซึ่งเรารู้แน่นอนอยู่แล้วว่ามันไม่มีทางเป็นจริง สามปีกับการมีเขาคนนั้นในชีวิตของผม มันไม่ได้ทำให้ชีวิตที่ดูเหมือนระบบออโต้นี้ดีขึ้นไปมากกว่าเดิม แต่มันสนองความต้องการบางอย่างในชีวิตผม บางครั้งในบางที ผมก็รู้สึกเหมือนว่าเขามีอยู่จริง อยู่ที่นี่ และกำลังตามหาผม เพื่อมาตอบปัญหาทุกอย่างของผมที่เกิดขึ้นและเป็นไป

คนเรามักมีจุดที่ทนไม่ได้

วันนั้น วันที่เป็นเหมือนกับทุกๆวัน ความน่าเบื่อเดิมๆในการใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ผมหนีคุณไป จริงๆมันก็ไม่เหมือนกับการหนีเท่าไหร่ เราต่างใช้อารมณ์และเป็นผมที่หมดความอดทน ผมเลยออกมาจากตรงนั้นตรงที่เราใช้อารมณ์เหนือเหตุผล ด้วยความร่วมมือของเพื่อนที่ผมไว้ใจอย่างจุนฮเว หลุมหลบภัยทางอารมณ์จึงเกิดขึ้น ผมใช้เวลาทั้งคืนจัดการอารมณ์ระหว่างคุณกับผมที่เกิดขึ้น และเป็นอีกครั้งที่ผมร้องไห้หาเขาให้มารับผมไปจากที่นี่

ในช่วงสายของวันรุ่งขึ้นผมกลับมาหาคุณ

เมื่อผิดหวังและตระหนักได้เราควรยอมรับความจริง

ชีวิตผมปกติหลังจากวันนั้นเรียกได้ว่ามันก็น่าเบื่อย่างเดิมก่อนที่จะมีเขา ไม่ได้คร่ำครวญหาเขาที่ไม่มีจริง ไม่มีการซื้อของหรืออะไรทั้งนั้น ผมใช้ชีวิตแบบเดิม เดินไปในจุดหมายเดิม และนั่งลงตรงที่เดิม พบปะผู้คนเดิมๆ บทสนทนาเดิมๆที่ถูกยกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า วนเป็นระบบออโต้

‘เมื่อไหร่ นายจะมารับฉันสักที ขอร้อง...พาฉันไปจากที่น่าเบื่อนี่สักที’

หลับตาลง และก้าวเข้าไปในโลกของผมที่ที่มีเขารออยู่

“บีไอ เป็นไงบ้างใช้ชีวิตแบบไม่คิดถึงฉัน”

“ห่วยแตก”

เสียงหัวเราะในลำคอ พร้อมกับยักไหล่

“อีกไม่นานหรอก เราจะได้เจอกัน ข้างนอกนั่น

ผมไม่ได้ตอบอะไร เรียกได้ว่าอยู่เฉยๆกับคำพูดเหล่านั้น สมองผมคงอยากให้ผมมีความสุขมากเลยสินะ ยังไงคนในฝันหรือในจินตนาการไม่มีทางออกไปจากโลกของผมได้อยู่แล้ว มันไม่มีทางเป็นจริง

เเสงสว่างจากนอกหน้าต่างทำให้รู้ว่าเราตื่นขึ้นมาเพื่อหายใจอีกครั้ง

คนเรามักมีความกลัว

ความกลัวของผมคือ การตื่นขึ้นมาในอีกวันและใช้ชีวิตเหมือนกับเมื่อวาน

มันยังคงเป็นไปในแบบที่มันควรเป็น ผมควรดีใจที่ผมยังมีคุณ ผมควรทำตัวให้ดีกว่านี้ แต่ผมมันห่วยแตก คุณที่ไม่ได้หวังอะไรกับผมอีกแล้ว คุณที่ผมรัก คำถามมากมายที่ผมอยากถามคุณแต่ผมก็เก็บมันไว้ ไม่ว่าจะยังไงผมรู้ว่าไม่ควรถามมันออกไป ไม่ใช่เรื่องโกหกทั้งหมดที่ผมปฏิบัติต่อคุณ และไม่ใช่ทั้งหมดที่คุณรู้เกี่ยวกับผม ขอโทษนะที่ไม่เคยทำให้คุณเชื่อใจ หรือไว้ใจได้เลย ผมรักคุณจริงๆนะ แต่ตอนนี้ผม...

คนเรามักเจอกับสิ่งที่เหนือความคาดหมาย

หลังจากที่เราเคยชินว่ามันอยู่ตรงนั้นและมันควรเป็นแบบนั้น โดยที่ไม่ทันระวังเพราะความเคยชินในสถานที่เดิมๆ ผมนั่งลงบนโซฟาหนังสีน้ำตาลโอ๊ค พูดคุยเรื่องต่างๆนาๆกับจุนฮเว จินฮวานและดงฮยอก เราหัวเราะกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องของดงฮยอก เรื่องราวมันก็เป็นแบบเดิม พวกเราคุยกันจนหมดเรื่องจะพูดต่อ จมอยู่กับโลกของตัวเอง ผมเปิดเพลงในโทรศัพท์ฟังเพื่อให้เวลาที่เหลืออยู่ไหลผ่านไป ก่อนที่พวกเราจะเข้าเรียน เพราะไม่ทันระวังตัว น้ำหนักกดลงที่ไหล่ทั้งสองข้าง โดยไม่ทันตั้งตัวแรงนั้นทำให้ตัวผมโอนไปข้างหน้าตามน้ำหนักที่ผลักมา โดยที่ไม่ทันตั้งตัว ผมหันหน้าไปเผชิญกับคนที่ทำเรื่องแบบนี้

“ว่าไง บอกแล้วว่าเราจะได้เจอกันที่นี่” เป็นเขาที่พูดขึ้น

“บ๊อบบี้..” เรียกออกไปด้วยเสียงที่เบาหวิว

ผมลุกขึ้นจากโซฟาที่นั่งอยู่โถมน้ำหนักตัวกอดเขา สัมผัสอบอุ่นที่สัมผัสได้ผ่านอ้อมกอดนี้ มันไม่ได้มาจากโลกของผมอีกแล้ว น้ำตามากมายที่ไหลออกมา ความรู้สึกต่างๆที่อยากให้เขาได้รับรู้

“จีวอน..ที่นี่ฉันชื่อคิมจีวอน”

เขาลูบหัวผมเพื่อบอกว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่ผมคิดไปเอง เขาอยู่ที่นี่ ที่ตรงนี้ ผมเงยหน้ามองเขาและยิ้มให้

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ ผมชื่อคิมฮันบิน

แล้วเรื่องราวในชีวิตผมก็ถูกแต่งแต้มสีสันขึ้นมาจากสีเทา เมื่อผมหนีคุณไปกับเขา
เรื่องราวแบบใหม่ ที่มันควรเป็นไปในแบบที่ผมอยากให้เป็น หรือมันเป็นไปในแบบที่ผมไม่อยากให้เป็นก็ตาม
แต่มันทำให้โลกของผมถูกสร้างขึ้นที่นี่

ขอบคุณที่ตามหากันจนเจอ คิมจีวอน

ขอบคุณเขาที่มีอยู่จริงที่นี่

ขอบคุณอะไรก็ตามที่ทำให้ผมเจอกับเขา และเราได้มาเติมเต็มในส่วนที่ว่างของกันและกัน

Fin.

-----------------------------

Talk.

สวัสดีค่ะ เราชื่อยีสต์นะ ก็นี่เขียนเป็นเรื่องแรกของชีวิตเลย 555555 อาจจะใช้ภาษาแปลกๆไปหน่อย (ร้องไห้) ไม่รู้จะมีคนอ่านแล้วเข้าใจเรื่องที่เราจะสื่อไหม(โฮ) คืออ่านแล้วเป็นยังไงคุยกันได้นะคะ แล้วถ้าถาม มึงเขียนไรมา กูอ่านไม่เก็ทเลย เราก็ไม่ว่านะ(ฮาาาาา) เรื่องนี้เราเขียนระบายอารมณ์อึดอัดนิดหน่อย(หรา) บวกกับคิดถึงใครคนนึงมากๆๆๆๆอยากเจอ ก็หวังว่าเร็วๆนี้คงได้เจอกันนะ 

ปล.เรื่องนี้เขียนเป็นของขวัญวันเกิดให้ตัวเองค่ะ แบบว่าเป็นคนครึ่งๆกลางๆเลยอยากทำอะไรให้สำเร็จบ้าง ถึงมันจะออกมาไม่ดี แต่ถือว่าเป็นของวัญที่ดีที่สุดชิ้นนึงของเราในวันเกิดปีนี้เลยนะคะ

ขอบคุณทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านนะคะ(จะมีไหมหนอออ)

รักนะ จุ้บ♥

edit @ 3 Feb 2016 18:28:27 by yeast.

edit @ 4 Feb 2016 14:58:43 by yeast.

edit @ 4 Feb 2016 15:10:58 by yeast.

edit @ 8 Feb 2016 16:44:03 by yeast.

Comment

Comment:

Tweet

ชอบบรรยายกาศและความครึ่งๆกลางๆของเรื่องมากกๆเลยค่ะ

ขอบอนุญาติเรียกคุณยีสต์นะคะ♥ เราชอบการใช้ภาษาของคุณยีสต์จัง เป็นฟิกแนวที่ไม่ค่อยได้เจอบ่อยๆ ไม่หวือหวาแต่ก็ทำให้ยิ้มไปด้วยได้

เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกก็แปลว่าจะมีเรื่องต่อๆไปใช่ไมคะ 55555555 เป็นกำลังใจให้นะ ขอให้เจอคนที่คิดถึงเร็วๆนี้ด้วยนะคะ♥

#1 By prest (27.145.6.154) on 2016-02-03 21:55