[SF] Unable happiness #DoubleB

posted on 10 Feb 2016 12:59 by myyeenka

Title: Unable happiness
Pairing: BOBBY x B.I
Author: @yeast_13409
Word: 1,953
Tag: #สั้นๆจากยย

---------------------------------------

 

ชีวิตผมก็ไม่ได้จำเจขนาดนั้นนะ
ก็ใช่ มนุษย์เราก็มีกิจวัติประจำวันแบบเดิมๆทุกวัน
มันก็ไม่ได้น่าเบื่ออะไรสำหรับผม
ในทุกๆเช้าที่ผมตื่นขึ้นมาเป็นคุณที่ยังคงยิ้มให้
รอยยิ้มของคุณสวยงามเสมอ แต่มันแฝงไปด้วยพิษ

สัมผัสแผ่วเบาที่ริมฝีปาก และเช้าแห่งการสวมหน้ากากเข้าหากันก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

‘ถ้าใครสักคนมาทำให้เรื่องพวกนี้หายไปก็คงดี’

ความคิดเดิมๆที่วนเวียนอยู่ในหัวไม่รู้จบ เข้ามาเพื่อตอกย้ำเรื่องราวที่แตกร้าวระหว่างคุณกับผม

ผมมักจะพบปะผู้คนที่ไม่ซ้ำกัน ในสถานที่ใหม่ๆ  บทสนทนาที่ถูกยกขึ้นมาพูดคุยมักจะไม่คุ้นหู แต่มันยังคงเป็นไป และใช่ ในสถานที่ใหม่ๆ ผู้คนที่ไม่จำเจ ผมมักไปพร้อมกับคุณ คุณมักจะสรรหาเรื่องราวใหม่ๆเข้ามาใช้ชีวิตของเรา ไม่สิ ไม่ใช่ชีวิตของเรา มันควรเป็นชีวิตของคุณกับมัน และชีวิตของผม มาตั้งนานแล้ว

‘ทำไมผมยังไม่ปล่อยคุณไปน่ะเหรอ’
‘ทำไมผมยังอยู่กับคุณน่ะเหรอ’
‘เพราะเขาคนนั้นไงล่ะ เพราะผมยังหาเขาไม่เจอ’

เขาเข้ามามีบทบาทในชีวิตของผมตั้งแต่ที่คุณเริ่มโกหกเรื่องราวในความสัมพันธ์ระหว่างเรา ในวันที่คุณเริ่มใช้หน้ากากเข้าหาผม ผมที่ต้องหันไปพึ่งสีสันยามค่ำคืน แก้วที่บรรจุของเหลวสีอำพัน ทำให้เกิดความคิดบ้าๆบอๆที่ว่า

‘หากใครสักคนที่ยิ้มให้อย่างจริงใจไม่หวังอะไร มันคงดีไม่น้อย’ นั่นคือจุดเริ่มต้น

 

บ๊อบบี้ พาไปซื้อของหน่อย”

เสียงเล็กๆ ที่เรียกชื่อของผม พร้อมบอกจุดประสงค์ที่เจ้าตัวต้องการ รอยยิ้มซื่อๆที่ประดับบนใบหน้าติดจะออกหวานนั้น ทำให้หัวใจที่ห่อเหี่ยวของผมชุ่มชื่นขึ้น

“ถ้าไม่พาไปล่ะ?”

ไม่มีเสียงตอบกลับมา เขายักไหล่และนั่งลง หัวที่ซบลงมา มือที่กระชับจับมือผมไว้ ผมไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธสัมผัสเหล่านั้น แค่ปล่อยให้มันเป็นไป ความอบอุ่นที่เกิดขึ้นมันทำให้ผมสบายใจ เขาที่ไม่ได้เรียกร้องอะไรมากมาย ผมมักจะรู้ในสิ่งที่เขาต้องการและตอบสนองด้วยความเคยชิน แต่ถ้าปฏิเสธออกไป ก็ไม่มีการงอแงงี่เง่า แต่เป็นการกระทำทุกอย่างที่ทำให้ผมสบายใจ เริ่มจาก ยิ้มซื่อๆนั่น ตามด้วยสัมผัสที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับเขา
ไม่ใช่ผมฝ่ายเดียวหรอกที่รู้ถึงความต้องการของอีกฝ่ายและสนองตอบกลับตามความต้องการนั้น
เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับเขาในโลกที่ผมอยากจะเรียกว่า โลกของเรา

.

.

เช้าที่ตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัวที่รุมทำร้าย มันควรเป็นความเคยชินแต่ร่างกายก็ไม่ได้ทำการยอมรับมัน ผมมองไปรอบๆเพื่อหวังว่าคุณยังอยู่ที่นี่ แต่ก็ไม่ ไม่มีร่องรอยการกลับมา ไม่มีกลิ่นอายของคุณที่ควรมีอยู่ ไม่มีรอยยิ้มที่ผมมักเห็นเป็นสิ่งแรกในตอนเช้า คุณไม่ได้กลับมาที่นี่ ผมไม่ควรรู้สึกอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น และควรทำใจให้ชิน แต่เปล่าเลยในขณะที่ก้าวเดินออกไปทำกิจวัติประจำวัน ภาพคุณที่อยู่กับมันก็วนเวียนเข้ามาในหัว ในขณะกินยาแก้อาการปวดหัว สัมผัสแผ่วเบาของคุณที่ผมจำได้เสมอก็แล่นเข้ามาเพื่อตอกย้ำอาการปวดของมัน ผมยังรักคุณ นั่นคือทั้งหมดที่ผมรู้สึก

.

.

“กูว่ากูเคยเห็นเขาว่ะ”

หลังจากที่ผมใช้เวลาเกือบทั้งวันวาดรอยยิ้มของเขาลงบนผ้าใบสีขาวขนาดใหญ่จนเสร็จ เป็นมินโฮที่พูดประโยคนี้ ผมหัวเราะในลำคอ และจัดการทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ

“มึงจะไปเคยเจอได้ไงวะ นี่แม่งนายในฝันของเชี่ยบ๊อบมัน”

ซึงฮุนพูดขึ้น ผมพยักหน้าเห็นด้วย แล้วหันกลับไปมองเพื่อนทั้งสองคน มินโฮขมวดคิ้วและเพ่งมองรูปของเขาอย่างพิจารณา

“กูว่ากูเคยเห็นจริงๆนะเว้ย”

“ถ้ามึงเคยเห็นเขาจริงๆ ก็พิสูจน์ดิ”

ผมบอกมันไปอย่างไม่ใส่ใจ

 

สามวันที่มินโฮไม่ได้เข้ามาที่สตูดิโอ ผมกับซึงฮุนต้องจัดการงานในส่วนของมันจนหัวปั่น มันไม่ได้แย่ แค่เหนื่อยจนล้ากันไปเท่านั้น วันที่สี่มินโฮกลับมาพร้อมกับภาพถ่ายของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง รอยยิ้มซื่อๆที่ประดับบนใบหน้าติดจะออกหวานนั้น ทำให้หัวใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะ มือที่จับรูปนั้นของผมสั่น มินโฮตบบ่าผมเบาๆ

“กูบอกมึงแล้วว่าเคยเจอเขา”

“แม่งเป็นไปได้ไงวะ”

ซึงฮุนพูดขึ้น ผมขมวดคิ้วและพิจารณาคนในรูป

‘ถึงเวลาที่ผมต้องปล่อยคุณไปแล้วสินะ’

 

ในเย็นวันนั้น ผมกับคุณแยกทางกันโดยสมบูรณ์ น้ำตามากมายของคุณที่ไหลออกมา คุณไม่ได้ยอมรับผิดอะไรสักอย่าง แต่เป็นการอ้อนวอนขอโอกาส ผมไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ แค่เบือนหน้าหนีน้ำตาของคุณ เพื่อที่จะไม่ให้คนที่แพ้เป็นผม ในตอนที่คุณจากไป น้ำตามากมายของผมก็ไหลออกมาเช่นกัน ร่วงหล่นลงมาราวกับจะทำให้อาการปวดตรงอกข้างซ้ายบรรเทาลง แต่เปล่าเลย มันยิ่งตอกย้ำความรู้สึกมากมายที่เกิดขึ้นและจบลงของคุณกับผม ผมทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาที่มักมีคุณส่งยิ้มมาให้ ผมหันไปมองความว่างเปล่าข้างกาย และปล่อยให้ความอ่อนล้ากัดกิน

 

“ถ้ากลับมาจะให้โอกาสหรือเปล่า?”

เขาพูดขึ้นขณะที่ลูบหัวผมที่อยู่บนตักไปด้วย ผมปรือตาขึ้นมองเขา รอยยิ้มที่ผมชอบถูกส่งมาให้อย่างอ่อนโยน ผมจ้องลึกเขาไปในดวงตาใส และยิ้มออกมาบางๆ

“อาจจะ แต่ตอนนี้เราควรได้เจอกัน”

“จะออกไปตามหาผมข้างนอกนั้นเหรอ?”

คิ้วเรียวสวยถูกขมวดเข้าหากัน

“ถ้า ผมไม่ได้เหมือนกับที่นี่ล่ะ?”

“ถ้าผมมีคนอื่นอยู่แล้วล่ะ?”

“บ๊อบบี้จะไม่...เหนื่อยมากกว่าเดิมเหรอ?”

ผมไม่ได้ตอบคำถามมากมายเหล่านั้น ยิ้มให้และหลับตาลงอย่างเดิม

‘แล้วเราจะได้เจอกัน บีไอ

.

.

ผมใช้เวลาเกือบสามปีในการตามหาเขา ครั้งแรกคือตามมินโฮไปในที่ที่มันเจอเขาครั้งล่าสุด เราคลาดกัน เขาจากที่นั่นไปแล้ว ไม่ว่าผมจะตามหาที่ไหนที่มีคนเคยเห็นเขา เขามักจะจากไปเมื่อผมไปถึง ผมไม่ได้ประกาศหาเขาเหมือนคนหาย เขาจะหายไปได้ยังไงกัน ในเมื่อที่นี่เรายังไม่เคยเจอกันจริงๆเลยสักครั้ง ผมท้อและเริ่มต้นวาดรูปเขาอีกครั้ง

‘เมื่อไหร่เราจะได้เจอกันนะ’

ผมลูบริมฝีปากของเขา ในขณะที่พิจารณาผลงานของตัวเอง

‘รอยยิ้มนี่..ของจริงจะสวยขนาดไหนกันนะ’

.

.

วันนี้เป็นอีกวันที่สตูดิโอวุ่นวาย ผมกับมินโฮหัวปั่นไปหมด ส่วนซึงฮุนออกไปทำการติดต่องานข้างนอก งานยุ่งๆที่เป็นอยู่ทำให้ผมผ่อนคลายลงในเรื่องต่างๆ คนเรามักตึงเครียดเวลาทำงานหนักหรือเร่งรีบเกินไป แต่สำหรับผมมันทำให้ผมกระปรี้กระเปร่าเป็นเท่าตัว จริงๆไม่ใช่แค่ผมหรอกที่เป็นอย่างนี้ มินโฮกับซึงฮุนก็เหมือนกัน ช่วงบ่ายที่ซึงฮุนกลับมาก่อนกำหนด หน้าตาที่แตกตื่นและเสียงหอบหายใจ ทำให้รู้ว่ามันเร่งรีบขนาดไหนเพื่อมาบอกว่า

“เชี่ยบ๊อบ แฮ่ก..กูจะ..”

มันยกมือขึ้นประมาณว่า ‘กูพักหายใจก่อน’
หลังจากที่มันสูดลมหายใจเข้าปอดไปอย่างเต็มที่

“กูเจอเขาแล้ว”

ผมนิ่งอึ้งกับประโยคนั้น ซึงฮุนบอกรายละเอียดต่างๆ หลังจากที่ฟังจบ เป็นมินโฮที่โยนกุญแจรถมาให้ และผมก็ออกไปอย่างเร่งรีบ

‘ขอล่ะ ครั้งนี้อย่าคลาดกันเลย’

ผมไม่ได้คลาดกับเขา รอยยิ้มของเขาสวยงามมากจริงๆ สวยกว่าที่ผมมักเห็นในโลกของเราซะอีก

ผมกลับมาที่สตูดิโอ มินโฮถามไถ่ความเป็นไป ผมไม่ได้ตอบอะไรมันแล้วกลับมาทำงานที่ผมทิ้งไว้ ซึงฮุนตบบ่าผมสองทีอย่างปลอบใจ น่าแปลกที่ผมไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดมากมายอะไรกับสิ่งที่เห็น ออกจะสบายใจด้วยซ้ำที่ผมได้เห็นรอยยิ้มเขาสักครั้งจริงๆ และหนึ่งอาทิตย์ที่ผมทำตัวเป็นสตอกเกอร์เพื่อที่จะได้เห็นรอยยิ้มของเขา ถึงมันจะไม่ได้มีไว้เพื่อผม แต่มันก็เพิ่มพลังให้ผมได้มากโขทีเดียว

.

.

“เขาไม่ได้เป็นแฟนกันโว้ย”

มินโฮตะโกนลงมาจากชั้นบน

“มึงรู้ได้ไง”

ผมถามออกไป โดยไม่ได้หันออกจากงานที่ทำอยู่

“กูเจอคนนั้นอ่ะ คนที่ตัวสูงๆขาวๆหน้าเหวี่ยงๆที่ชอบอยู่กับเขา เลยเข้าไปตีสนิท”

“เต๊าะไปทั่วนะมึง”

ซึงฮุนพูด หลังจากเอาเอกสารไปให้มินโฮที่โต๊ะด้านบน ผมหัวเราะในลำคอ

“เค้าไม่ได้เต๊าะนะ เค้าแค่ไปทำความรู้จักเฉยๆ แบบว่าสืบข่าวมาให้เพื่อนเราไง”

มินโฮพูดด้วยเสียงดัดเล็กน้อย ไม่ต้องเงยหน้าไปมองก็รู้ว่ามินโฮคงทำท่าทางที่ซึงฮุนน่ะยิ้มกับมันได้ง่ายๆอยู่

“เออ แล้วไงต่อ”

“ก็ ไม่ไง เขาไม่ได้เป็นแฟนกัน แค่เพื่อนโว้ยย น้องยิ้มของมึงอ่ะ มีโลกของตัวเองที่ใครๆก็เข้าไม่ถึงอยู่”

ผมพยักหน้ากับคำบอกเล่าจากมินโฮ เสียงง้องแง้งที่ไอ้มินโฮกระเง้ากระงอดซึงฮุนอยู่ดังมาจากด้านบนเป็นระยะ ผมระบายยิ้มออกมาเล็กน้อย

โลกของตัวเอง ที่คนอื่นเข้าไม่ถึงเหรอ’

.

.

ผมเดินเข้ามาในสถานที่ที่เขามักมาประจำ นั่งรอให้อีกฝ่ายเข้ามา ไม่นานเขาก็เข้ามากับเพื่อนๆของเขา จากคำบอกเล่าของมินโฮ เด็กหน้าเหวี่ยงที่มักจะคอยลูบหัวเขาและรับรอยยิ้มนั้นกลับไปแทนคำขอบคุณเสมอนั่นชื่อจุนฮเว ส่วนเขา...


ผมเดินเข้าไปทางด้านหลังเขา ขณะที่อีกฝ่ายกำลังฟังเพลงจากหูฟังของเจ้าตัว ผมดันไหล่เขาไปข้างหน้าเล็กน้อยแต่ด้วยแรงและการไม่ระวังตัวของอีกฝ่ายทำให้ร่างโปร่งนั้นโยกไปตามแรง เขาหันมาสบตากับผมด้วยหน้าตาที่ติดหงุดหงิดเล็กน้อย หลังจากที่เราสบตากัน เขาลุกขึ้นและโถมแรงเข้ามากอดผม

“บ๊อบบี้..”

เรียกชื่อของผมด้วยเสียงที่แผ่วเบา

“จีวอน..ที่นี่ฉันชื่อคิมจีวอน”

ผมลูบหัวเขา เพื่อเป็นการยืนยันการมีตัวตนของกันและกัน เขากระชับกอดผมและเงยหน้าขึ้นจากอก

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ ผมชื่อคิมฮันบิน

รอยยิ้มที่ถูกวาดขึ้นด้วยริมฝีปากบาง รอยยิ้มที่ไม่ได้มีให้ใครอื่น รอยยิ้มที่เป็นของผม

ขอบคุณเขาที่มีอยู่จริงที่นี่

ขอบคุณอะไรก็ตามที่ทำให้ผมได้เจอกับเขา และเราได้มาเติมเต็มในส่วนที่ว่างของกันและกัน

Fin.

 ------------------------------------

Talk.

โอ้วโห้ววววววว ในที่สุดก็เขียนเสร็จสักที(ปาดน้ำตา) เรื่องนี้เขียนซ้อนกับอีกเรื่องด้วยค่ะ แบบถ้าแปลกตรงไหนทักท้วงได้เลยนะ คำผิดด้วยน้าา นี่คือพาทพี่บ๊อบของเรื่อง Apathetic ค่ะ เขียนยากกว่าพาทบีไอนะ แต่เขียนได้เร็วกว่าซะงั้น? 
อยากให้รู้จักพี่บ๊อบเฉยๆ คือมันเป็นยังไงก็เล่าสู่กันฟังหน่อยเน้อออ 

ขอบคุณ คุณ prest ด้วยนะคะที่ชอบความครึ่งๆกลางๆในการเขียนของเรา(ฮืออออ)
ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้นะคะ เรียกยีสต์ได้เลยยย เราอยากให้เรียก แล้วก็ขอบคุณที่อ่านไปยิ้มไปนะคะ
นี่ก็เขียนไปโดยอยากให้คนอ่านได้ยิ้มไปกับมันเหมือนกันค่ะ เพราะเราเขียนไปยิ้มไปอยู่คนเดียวเขิน(ฮาาาาาา)

ส่วนคนที่เราอยากเจอยังไม่ได้เจอกันเลย(ร้อง) แต่ได้ยินเสียงกับได้ด่ามันว่าอีดอก เราก็สบายใจแล้วค่ะ(ฮ่าๆ)

ขอบคุณไรท์เตอร์ #หลุมสองบี ที่เข้ามาอ่านด้วยนะคะ เพราะคำพูดที่ว่า ยินดีต้อนรับสู่โลก เลยที่ทำให้เราจบได้(ฮาาาาา) ขอบคุณจริงๆค่ะ

ขอบคุณกำลังใจจาก เพื่อนพลอย เพื่อนหยก ที่รักYayoYayo86 และที่รักbemonion ที่ปรึกษาจำเป็นของเรา

ขอโทษด้วยที่ชอบไปโวยวายพร่ำเพ้อใส่ แต่รักน้าาา รักจริงๆ♥

เอ็นจอยรีดดิ้งเนอะ smile

ขอบคุณที่หลงเข้ามาอ่านนะคะ

รักนะจุ้บจิ้บ♥

 ------------------------------------

-Special Part-

 

“นี่อยู่คนเดียวเหรอ”

ฮันบินว่าขึ้นหลังจากเข้ามาในคอนโดฯของจีวอน และสำรวจมันด้วยสายตาเรียบร้อยแล้ว

“แล้วคิดว่าอยู่กับใครล่ะครับ”

จีวอนยิ้ม และเดินเข้ามากอดฮันบินจากข้างหลัง วางคางลงบนหัวอีกฝ่าย

“เปล๊า ห้องนอนอยู่ไหนอ่ะ จะเก็บของ”

ฮันบินสะบัดตัวออกจากจีวอน จีวอนเดินนำฮันบินไปส่วนห้องนอน เปิดประตูแล้วผายมือเชิญอีกฝ่ายเข้าไป ฮันบินพยักหน้ารับ

ห้องนอนที่เต็มไปด้วยตุ๊กตามิกกี้เม้าท์ ทำให้รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฮันบินได้อย่างง่ายดาย

“ไหนบอกชอบหมีพูห์ไง”

ฮันบินถามขึ้นหลังจากกระโดดลงเตียงแล้วจับตุ๊กตาหนูมาฟัดจนหน่ำใจ รอยยิ้มยังไม่หายไป ทำให้จีวอนยิ้มตามไปด้วย จีวอนเดินเข้ามานั่งข้างๆฮันบินบนเตียง

“ก็บี๋ชอบมิกกี้เม้าท์ไง เลยซื้อไว้เผื่อเจอตัวจริงจะได้ให้”

“งื้อ..แล้วบี๋รู้ได้ไงว่านี่มีจริง?”

ยักไหล่เป็นคำตอบ ฮันบินยู่จมูกใส่จีวอน

‘ในฝันเป็นยังไง ตัวจริงแม่งกวนตีนกว่าล้านเท่าอ่ะ’

“ไม่ต้องมาด่าบี๋ในใจเลย ไปอาบน้ำไป๊”

จีวอนผลักหัวฮันบินเล็กน้อย เป็นปากที่เบะจนคว่ำพร้อมสายตานิ่งๆส่งมาแทนคำตอบ

หลังจากที่ทั้งคู่อาบน้ำและจัดแจงของเรียบร้อยแล้ว ก็กระโดลงเตียงด้วยความล้าด้วยกันทั้งคู่ ฮันบินซุกเข้ามาในอ้อมกอดของจีวอน แน่นอนมันไม่ได้รับการปฏิเสธแต่ถูกตอบสนองด้วยการที่จีวอนขยับตัวเพื่อให้ฮันบินนอนได้อย่างถนัดๆ

“อุ่นกว่าในฝันเยอะเลย~”

ฮันบินว่าพร้อมกับถูหน้าไปกับอกของจีวอน จีวอนหัวเราะอย่างชอบใจพร้อมลูบหัวคนในอ้อมแขน

“รอยยิ้มของบี๋ก็สวยกว่าในฝันตั้งเยอะ”

เสียงแหบทุ้มพูดขึ้นข้างหู และแตะริมฝีปากหยุ่นลงกลุ่มผมนุ่มของอีกฝ่าย บทสนทนาต่างๆมากมายที่ออกมาตลอดทั้งคืน เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกที่มีต่อกันในตลอดสามปี ถึงแม้มันจะไม่ได้เกิดขึ้นจริงที่นี่ แต่ความรู้สึกที่มีให้กันนั้นจริงแท้แน่นอน เสียงหัวเราะ และอ้อมกอดอุ่นๆของกันละกันตอนนี้ ก็ยืนยันได้อย่างหนึ่งว่า

โลกของเราได้ถูกสร้างขึ้นจริงๆที่นี่แล้ว

The End.

 

edit @ 19 Feb 2016 17:54:54 by yeast.

Comment

Comment:

Tweet