[SF] Jinx #JUNBIN

posted on 11 Feb 2016 16:23 by myyeenka

Title: Jinx
Pairing: Junhoe x Hanbin
Author: @yeast_13409
Word: 3,039
Tag: #สั้นๆจากยย

----------------------------------------

NOTE: My Last – Jay Park ft. Loco & GRAY

 

ตามจริงแล้ว กูจุนฮเวสำหรับคิมฮันบินก็ไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่
เอาจริงๆคือ เรียกว่าเหม็นขี้หน้ากันเลยก็ว่าได้
ก็มันไม่ถูกชะตาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันเลย
ช่วยไม่ได้นิ คนเรามันก็มีคนที่ไม่ถูกชะตาตั้งแต่แรกเจอหรือเปล่า?
หื้ม? ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ตอนนี้น่ะเหรอ?

เพราะจิงซ์ไงละ จิงซ์นั่นแหละ

จิงซ์ครั้งที่หนึ่ง

วันหนึ่งขณะที่ฮันบินกำลังเดินกลับบ้านเหมือนทุกๆวัน ก็ไม่รู้ว่าผีห่าซาตานที่ไหนทำ จู่ๆฝนดันตก ได้แต่สบถและวิ่งหาที่หลบฝน ก็ไม่รู้ว่าผีห่าซาตานที่ไหนทำอีกนั่นแหละ ที่หลบฝนดันมีจุนฮเวอยู่ก่อนแล้ว ใต้หลังคาบ้านของใครสักคนที่ถูกยื่นออกมาเกินความจำเป็น แต่มันก็ทำประโยชน์ในการหลบฝนของผู้ชายสองคนที่ไม่ค่อยกินเส้นกันเท่าไหร่นักได้ดี จุนฮเวแค่ชายตามองคนมาใหม่ แล้วหันกลับไปมองสายฝนที่ล่วงลงมาตามเดิม เวลายังคงไหลไปเรื่อยๆตามสายฝนที่โปรยลงมา มากพอที่จะทำให้ฮันบินหนาวจนตัวสั่น ก็ใช่น่ะสิ เขาน่ะกว่าจะหาที่หลบฝนได้ก็ใช้เวลาอยู่ ฝนมันก็ไม่ได้ตกปรอยๆเลยนะ มาเป็นห่า แล้วนี่ยังเสือกไม่หยุดอีก ตรงนี้มันก็หลบฝนได้อยู่หรอก แต่แม่งก็ถูกปรอยฝนอยู่ดีไหม? เหมือนจุนฮเวจะสังเกตได้ถึงอาการสั่นของอีกคน เสื้อฮูดสีดำที่สวมอยู่ถูกถอดและยื่นให้

“ขอบใจ”

ไร้เสียงตอบรับจากจุนฮเวแต่เป็นหูฟังที่ยังคงเล่นเพลงที่อีกฝ่ายฟังอยู่ยื่นมาแทนคำตอบ ฮันบินเลิกคิ้วตั้งคำถาม จุนฮเวกระตุกข้อมือที่ถือหูฟังข้างนั้นไว้อีกครั้ง ฮันบินพยักหน้า สวมเสื้อและรับมันมา

‘เพลงโคตรเข้ากับบรรยากาศตอนนี้เลยแม่ง’

.

.

.

.

.

ตามจริงแล้ว เด็กที่ย้ายโรงเรียนมาใหม่อย่างคิมฮันบิน
บวกกับหน้าตาที่ไม่ค่อยรับแขกเท่าไหร่นัก(เวลาอยู่เฉยๆ)
ทำให้คิมฮันบินไม่มีเพื่อน
จริงๆมันก็เป็นมาตั้งแต่โรงเรียนเก่าแล้ว เขาก็ไม่ได้ลำบากอะไร
แล้วตอนนี้ที่มีเพื่อนอยู่น่ะเหรอ?
อืม..กลุ่มเดียวกันกับเพื่อนของกูจุนฮเวนั่นแหละ
เอาที่ถูกเลย คือฮันบินเป็นเพื่อนของเพื่อนกูจุนฮเวไง
ถ้าจะให้ถูกขึ้นไปอีก ก็เป็นเพื่อนกูจุนฮเวนั่นแหละ
หื้ม? ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ตอนนี้น่ะเหรอ?

เพราะจิงซ์ไงละ จิงซ์นั่นแหละ

จิงซ์ครั้งที่สอง

วันเดิมๆเหมือนทุกๆวันกับหนึ่งอาทิตย์ในโรงเรียนใหม่ ฮันบินได้แต่สงสัยว่าไอ้บ้าที่นั่งโต๊ะข้างๆนี่มันเป็นใคร นี่ก็หนึ่งอาทิตย์แล้วที่โต๊ะที่มีเจ้าของตัวนี้ ไร้เงาของคนที่นั่งประจำ จำได้ว่าวันแรกที่เข้าเรียนเขาเผลอไปนั่งโต๊ะตัวนั้น ก็โดนอาจารย์บอกว่าให้มานั่งโต๊ะตัวที่นั่งอยู่ปัจจุบันเพราะตรงนั้นมีคนนั่งอยู่แล้ว นี่ก็ผ่านมาอาทิตย์นึงก็ยังไม่เห็นคนที่อาจารย์ว่า ไม่รู้ว่าความสงสัยนี้ถูกส่งไปถึงซาตานหรืออะไร เสียงวางกระเป๋า ตามมาด้วยเสียงเลื่อนเก้าอี้จากโต๊ะข้างๆดังขึ้นตอนเที่ยงวันขณะกำลังจะกินข้าวกล่องที่น้องสาวและแม่เป็นคนทำให้ ด้วยความสงสัยฮันบินจึงหันไป ก็เจอรอยยิ้มกระต่ายจากอีกฝ่ายที่ถูกส่งมา

“โย่! เด็กใหม่ นี่ชื่อบ๊อบบี้นะ เรียกบ๊อบก็ได้ไม่ว่ากัน”

มองตอบไปด้วยสายตานิ่งๆก็สงสัยอยู่หรอกทำไม หน้าตาก็เกาหลีขนาดนั้น ถึงมีเชื่อฝรั่งขนาดนี้

“อืม เราฮันบิน คิมฮันบิน”

“เห้ย! นามสกุลเหมือนกันเลย นี่ คิมจีวอน

‘แล้วทำไมตอนแรกบอกชื่อบ๊อบบี้’ กำลังจะถามออกไปแต่มีบุคคลใหม่เดิมเข้ามา

“ป่ะเหยิน แดกข้าว”

จุนฮเวเรียกบ๊อบบี้ บ๊อบบี้พยักหน้ารับและหันมายิ้มให้ฮันบินอีกครั้ง

“ฮันบินนา~ไปกินข้าวด้วยกันเปล่า เนี่ย..ดูน่ากินนะ แฟนทำให้หย๋ออ แต่ถึงมันจะน่ากินก็กินไม่อร่อยหรอกนะถ้ากินคนเดียวอ่ะ ป่ะไปกินข้าวด้วยกัน”

ฮันบินยังไม่ได้อ้าปากตอบอะไรก็ถูกบ๊อบบี้ดึงไปตามแรง จุนฮเวมองฮันบินที่ถูกบ๊อบบี้ดึงให้ตามมาด้วยนิดหน่อย พร้อมกับขมวดคิ้ว ดุนลิ้นไปกับกระพุ้งแก้ม

‘ถ้าไม่อยากให้ไปกินด้วยก็บอกมาดิว่ะ’
‘แล้วนี่แรงคนเหรอ ทำไมขืนตัวแล้วยังเดิมตามมันไปอีก’

โต๊ะประจำในห้องชมรมดนตรี มีสมาชิกทั้งหมดหกชีวิต ถ้ารวมรุ่นพี่รุ่นก่อนๆด้วยก็สิบเอ็ดชีวิต ตอนนี้ต้องรวมฮันบินเข้าไปด้วยเป็นสิบสองชีวิต หลังจากที่ถูกลากมาที่นี่จนได้ บรรยากาศในชมรมก็ไม่ได้อึดอัดอย่างที่คิด เริ่มต้นจากการที่บ๊อบบี้แนะนำฮันบินให้ใครต่อใครที่นี่ได้รู้จัก ต่อด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันไปมาของแต่ละคน ทำให้ฮันบินได้รู้จักคนเพิ่มขึ้น สมาชิกทั้งหกคนของชมรมนั้นประกอบด้วย คนแรก คิมจินฮวาน รุ่นพี่ตัวเล็กๆที่ดำรงตำแหน่งประธานชมรม คนที่สอง ซงยุนฮยอง ผู้ชายที่เหมือนพระอาทิตย์ เรียนชั้นเดียวกันกับฮันบิน จุนฮเวและบ๊อบบี้ ตำแหน่งประชาสัมพันธ์ คนที่สาม คิมดงฮยอก รุ่นน้องที่มีรอยยิ้มเหมือนกับความสดใสในวันท้องฟ้าโปร่ง ตำแหน่งเลขานุการการ คนที่สี่ จองชานอู รุ่นน้องที่เป็นคู่กัดและลูกคู่ของบ๊อบบี้ ทำงานจิปาถะ คนที่ห้า บ๊อบบี้ คิม หรือคิมจีวอน ไปเมกาฯมาเลยมีชื่อว่าบ๊อบบี้จริงๆมันก็เป็นชายาด้วยแหละ เพราะบ๊อบบี้น่ะเป็นแรปเปอร์ ความสามารถที่ฮันบินเห็นว่าอยู่ในระดับดีเยี่ยมรองจากความอัธยาศัยดีจนเกินเหตุของเจ้าตัว และคนสุดท้าย กูจุนฮเว ผู้ชายขี้อายที่เรียนห้องเดียวกัน ตำแหน่งรองประธานชมรม ทำไมจุนฮเวถึงเป็นผู้ชายขึ้อายน่ะเหรอ?

“เห็นหน้าโหดๆอย่างนี้ จริงๆแล้วจุนเน่เป็นเด็กขี้อายนะ”

คำบอกเล่าของจินฮวาน

“ใช่ๆ ตอนแรกที่เข้าชมรมมา ผมก็เจอพี่จุนฮเวเป็นคนแรกเนี่ยแหละ ก็กลัวพี่เขาอยู่ตั้งนาน พอรู้จักกันจริงๆก็แค่คนขี้อาย”

คำบอกเล่าจากดงฮยอก

“ตอนเจอไอ้ฮอยครั้งแรกเหรอ...ไม่นะไม่เคยกลัวมันเลยเซ้นท์มันบอกว่าไอ้นี่นิสัยไม่ได้โหดเหมือนหน้าตา”

ยุนฮยองพูดพร้อมยักไหล่ แล้วจัดการข้าวกล่องของตัวเองต่อหลังพูดจบ

“ผมสนิทกันเร็วนะกับจุนฮอยอ่ะ เนอะๆ”

เสียงจากชานอูที่หันไปพยักเพยิดกับจุนฮเว ไร้เสียงตอบรับ ปฏิกิริยาที่ตอบสนองนั่นคือการตั้งหน้าตั้งตากินข้าวกล่องของเจ้าตัว ฮันบินแอบเห็นปฏิกิริยาของจุนฮเว ก็ได้แต่พยักหน้ารับกับคำพูดของทุกๆคน

“จูนจูนน่ะขี้อาย พูดน้อย กินจุแค่นั้นเองแหละบินบิน ยังไงก็ช่วยสนิทกับมันหน่อยนะ”

เสียงจากบ๊อบบี้ และการตอบสนองเสียงนั่นคือ

“จูนพ่องอ่ะเหยิน”

จุนฮเวส่งมือไปตบหัวคนพูด พร้อมเหลือบสายตามามองฮันบินแวบเดียว แค่แวบเดียวจริงๆแล้วก็กลับไปสนใจข้าวกล่องตัวเองต่อ

“ข้าวกล่องนายมันน่าสนใจขนาดนั้นเลยหรือไงกันนะ”

“อื้ม ก็อร่อยดีนิ”

ฮันบินพูดออกไปพร้อมกับรอยยิ้ม ไร้เสียงตอบรับจากจุนฮเวแต่เป็นใบหูที่เริ่มแดงของอีกฝ่าย

‘ใจดีจังแฮะ แย่งของกินก็ไม่โกรธด้วย’

‘ทุกทีเห็นชอบขมวดคิ้ว’

‘อ่า..กูจุนฮเวก็แค่ผู้ชายขี้อายสินะ’

.

.

.

.

.

ตามจริงแล้ว คิมจีวอน คิมฮันบิน และกูจุนฮเวต้องเดินกลับบ้านด้วยกันเหมือนทุกๆวัน
บางวันก็มีคิมจินฮวานกลับด้วย แต่เพราะเป็นประธานชมรมเลยได้เข้าประชุมอยู่บ่อยๆ