[Series] 01 Cherry Blossom #DoubleB

posted on 12 Mar 2016 14:45 by myyeenka

Title: Cherry Blossom
Part: 01
Pairing: Jiwon x Hanbin
Author: @yeast_13409
Word: 2,039
Tag: #ฟิคฤดูกาลของบ๊อบบี้

------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

มีนาคม

 

กลางสามแยกที่เงียบสงัด มีต้นเชอร์รี่บอสซัมกำลังผลิดอกออกตามฤดูกาล ดอกที่ยังคงตูมอยู่ ผมจ้องมองชื่นชมงดงามของมันเพียงลำพัง เดินไปตามทางแยกเพื่อกลับบ้าน การเริ่มต้นใหม่ของชีวิตใหม่ในเมืองใหม่ หูฟังที่ยังคงเล่นเพลงโปรด ลดบรรยากาศของความเงียบเหงา ยิ้มและโค้งทักทายคนที่ช่วยขนของลงมาจากรถ ผมเดินเข้าไปในบ้าน เลยไปยังห้องนอนใหม่ของตัวเอง ล้มตัวลงกับเตียงนุ่ม ปิดตาลงเพื่อนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านไป และเรื่องราวที่กำลังจะเข้ามา

 

‘ลาก่อน อเมริกาที่รักและสวัสดีบ้านเกิด...โซล’

.

.

หลังจากการร่วมมือกันของแม่และผมในการจัดแจงข้าวของทั้งหมดจากบ้านเก่าสู่บ้านใหม่เรียบร้อยแล้ว เราสองคนแม่ลูกก็ตกลงว่าจะออกไปหาอะไรทานกันข้างนอก เนื่องจากไม่มีแรงเหลือจะทำอะไรอีกนอกจากล้มตัวลงนอนบนเตียง

ติ๊งต่อง

เสียงกดกริ่งดังขึ้น ขณะที่เรากำลังใส่รองเท้า แม่สบตากับผมและหัวเราะออกมาเบาๆ ผมเปิดประตู ผายมือให้ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกเดินออกไปก่อน แม่ถอนสายบัวให้ผมเล็กน้อย เดินออกไปคุยกับคนที่มากดกริ่งหน้าบ้านของเรา ผมจัดแจงล็อคบ้าน เดินมายืนอยู่ข้างแม่ โค้งให้หญิงวัยกลางคนที่ส่งยิ้มมาให้ และโค้งให้ชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ข้างเธอ ถ้ากะจากสายตาแล้วเราคงอายุเท่ากัน

 

“เห้ย! ไม่ต้องโค้งให้กันก็ได้ อายุเท่ากันอยู่ข้างบ้านเนี่ย”

 

ผมชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเป็นเสียงหัวเราะจากผู้หญิงทั้งสองคน

 

“น้าชื่อ ซงยุนนานะ อยู่บ้านข้างๆ ส่วนนี่ ซงยุนฮยอง ลูกชายน้าเอง”

“ผมบ๊อบบี้ คิม ไม่สิ จีวอน คิมจีวอน ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

 

ส่งยิ้มให้กับคุณน้าข้างบ้านและลูกชายอีกรอบ แม่สุดที่รักก็ทำการฝากฝังผมไว้กับคุณน้ายุนนาและยุนฮยองให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาอย่างดิบดี ผมก็กระเง้ากระงอดผู้เป็นแม่ว่าผมโตแล้วดูแลตัวเองได้ไม่ต้องเป็นห่วง นั่นเรียกเสียงหัวเราะจากคนข้างบ้านได้มากโขทีเดียว หลังจากรู้จักและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันไปมาในระดับหนึ่ง พวกเราสองคนแม่ลูกก็ขอตัวไปหาอะไรทาน ผมพยักหน้าเป็นการทักทายและลากับยุนฮยองก่อนเดินออกมา

 

เพื่อนคนแรกของการใช้ชีวิตใหม่...ซงยุนฮยอง

.

.

.

.

.

เมษายน

 

“เอ่อ..ขอโทษนะครับ”

ผมเรียกคนที่ยืนจ้องมองกล่อง ภายในบรรจุลูกแมวน้อยสามตัว ถูกวางไว้ใต้ต้นเชอร์รี่บอสซัมที่ถูกประดับไปด้วยสีชมพูจากดอกของมันกลางสามแยกแห่งนี้ เขาใส่เครื่องแบบจากโรงเรียนเดียวกัน หันมามองผมด้วยสายตานิ่งๆไร้อารมณ์

 

“ทางไปโรงเรียนH ไปทางไหนเหรอครับ?”

 

อีกฝ่ายยกมือชี้ไปทางแยกขวามือ ผมโค้งให้เขาเป็นการขอบคุณและวิ่งกลับไปหากลุ่มเพื่อนที่รออยู่

 

“แม่งน่ากลัวชิบหาย”

“นึกว่ามึงจะโดนต่อยละ”

 

เพื่อนผมพูดขึ้นขณะที่เรากำลังเดินไปตามทางที่เขาบอก ผมหันหน้ากลับไปมองเขาอีกครั้ง การกระทำของเขาทำให้ผมหยุดเดิน เขาบรรจงแกะอาหารแมวกระป๋อง วางให้ลูกแมวน้อยทั้งสามตัวและลูบหัวพวกมันอย่างอ่อนโยน พร้อมด้วยรอยยิ้ม

ตึกตัก..ตึกตัก..

 

“เชี่ยบ๊อบ ยืนเหม่ออะไรตรงนั้นวะ เร็วดิ! เดี๋ยวไม่ทันปฐมนิเทศ”

 

ผมวิ่งกลับไปหากลุ่มเพื่อนที่เดินห่างออกไปสักระยะแล้ว ยิ้มให้พวกมันพร้อมพยักหน้าเป็นเชิงให้รีบเดิน

.

.

ห้องเรียนที่เต็มไปด้วยเสียงโหวกเหวกโวยวาย ผมมองบรรยากาศรอบๆ หันกลับมาหัวเราะมุกตลกต่างๆของยุนฮยองที่ปล่อยออกมา เสียงเลื่อนประตูดังขึ้น ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบเมื่อรู้ว่าคนที่มาใหม่เป็นใคร คนที่เข้ามาใหม่เดินผ่านโต๊ะเรียนมาเรื่อยๆพร้อมกับคนที่นั่งอยู่แถวนั้น ลุกขึ้นยืนตัวเกร็งและโค้งพร้อมกล่าวว่า

“ขอโทษครับ/ค่ะ”

ผมกลั้นขำกับการกระทำเหล่านั้น ทำให้เขาหันมามองผมด้วยสายตาไร้อารมณ์ เราสบตากัน เป็นเขาที่นั่งลงตรงโต๊ะของตัวเองที่อยู่แถวหลังสุดติดกับหน้าต่างห้องและไม่สนใจผมอีกต่อไปทำราวกับผมเป็นแค่อากาศที่ไร้ตัวตน ผมยังคงนิ่งเลื่อนมือตัวเองมากุมที่อกข้างซ้าย

ตึกตัก..ตึกตัก..

ยุนฮยองกระทุ้งข้อซอกเข้ากับสีข้างผม ผมหลุดออกจากภวังค์หันไปหามัน ยุนฮยองขยับปากแบบไม่มีเสียงได้ใจความที่ว่า

“ซวย-แน่-มึง”

มันยักคิ้วให้ผมข้างหนึ่ง ผมยักไหล่ยิ้มให้เป็นคำตอบ

บุคคลแรกที่มีผลต่อการเต้นของหัวใจ...คุณรอยยิ้ม J

.

.

.

.

.

พฤษภาคม

 

ใต้ต้นเชอร์รี่บอสซัมที่มีแต่กิ่งไร้วี่แววของดอกที่เคยบานสะพรั่งเมื่อเดือนที่แล้ว ตั้งอยู่กลางสามแยก และกล่องที่บรรจุลูกแมวอยู่สามตัว มีขนาดแตกต่างจากเดิมเล็กน้อย เรียกได้ว่า...โตขึ้นละมั้ง

ผมย่อตัวลงเพื่อเล่นกับพวกมัน เราค่อนข้างจะสนิทกัน เนื่องจากสามแยกแห่งนี้เป็นทางผ่านจากบ้านของผมไปโรงเรียนเลยได้เล่นด้วยกันเป็นประจำ และเป็นสถานที่เดียวที่ผมจะเจอเขาในแบบที่คนอื่นไม่ได้เห็น

เขาถือถุงกระดาษภายในคงบรรจุอาหารแมวกระป๋องเพื่อมาให้เจ้าพวกนี้ เขาหยุดเดินแล้วมองมาที่ผมอย่างไร้อารมณ์ ผมส่งยิ้มที่จริงใจที่สุดให้เขา เขาไม่ได้ใส่ใจมัน แค่ทำเรื่องเดิมๆก่อนที่จะไปเรียน คือการแกะกระป๋องวางไว้ ลูบหัวเจ้าพวกนี้ขณะที่พวกมันกำลังกิน พร้อมด้วยรอยยิ้ม

ผมเท้าคางมองภาพนั้น รอยยิ้มของเขามีผลต่อการเต้นของหัวใจผมเสมอ และมันยังคงเป็นไป เขาหันมามองผมด้วยสายตาไร้อารมณ์ เขาขมวดคิ้ว ผมส่งยิ้มที่ใครๆก็บอกว่าเหมือนกระต่ายส่งให้เขา เขามองมัน เม้มปาก เลื่อนใบหน้าหนีพร้อมด้วยไปใบหูที่ริ้วแดง

‘อ่า..โดนแอคแทครุนแรงจังวันนี้’

 

“ไม่เอาพวกมันไปเลี้ยงเหรอ?”

 

เขาพูดขึ้น ขณะที่ส่งมือไปให้เจ้าพวกตัวเล็กคลอเคลีย

 

“เลี้ยงไม่ได้หรอก แม่นี่แพ้ขนแมว”

 

เขาพยักหน้า ผมส่งมือไปเล่นกับพวกมันบ้าง

 

“แล้วไม่เอาพวกมันไปเลี้ยงล่ะ?”

“พวกมัน...ไม่สมควรอยู่ในสถานที่แบบนั้นหรอก”

 

เสียงในตอนท้ายแผ่วลง จนเกือบจะเป็นเสียงกระซิบ เขาลุกขึ้นยืน จัดแจงเสื้อผ้าของตัวเอง ก่อนเดินจากไป เสียงเรียกจากเจ้าตัวเล็กทั้งสามตัวไม่สามารถเรียกเขาให้หันกลับมาสนใจได้อีก ผมยืนมองแผ่นหลังของร่างโปร่งเดินไปตามทาง ค่อยๆเล็กลงเรื่อยๆจนลับตา ก่อนที่ผมจะออกเดินเพื่อไปเรียนเช่นกัน

 

‘อะไรที่ทำให้ต้องเก็บความรู้สึกใต้ภายหน้าเรียบนิ่งนั่น’

.

.

สถานที่อีกแห่งหนึ่งที่ผมจะพบเขาในแบบที่คนอื่นไม่ได้เห็น

ดาดฟ้า

สองอาทิตย์ก่อนผมเบื่อกับการเรียนจนน่าปวดหัวของที่นี่ เมื่อผมเบื่อกับอะไรแบบนี้ทางเลือกเดียวที่ผมเลือก คือหาที่หลบภัย แล้วนอนเพื่อคลายความน่าปวดหัวของมันซะ จะมีสถานที่ไหนดีไปกว่าห้องพยาบาลกับดาดฟ้าอีกล่ะ? เป็นที่แน่นอนว่าผมเลือกดาดฟ้าโดยไม่ต้องคิด

ผมบอกยุนฮยองว่าคาบต่อไปจะโดด ฝากมันจดแล็กเชอร์ไว้ให้ด้วย ยุนฮยองพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่นักพร้อมโบกมือไล่

ผมเดินตามขั้นบันไดมาเรื่อยๆ หูฟังยังคงเล่นเพลงโปรดของผมเสมอ ลดความเบื่อหน่ายที่มีมาให้น้อยลง ผลักประตู ที่ตลอดเดือนที่ผ่านมานั้นผมมักจะแวะเวียนมาใช้บริการเป็นครั้งคราว สูดลมหายใจรับอากาศอบอุ่นของฤดูกาล ทอดน่องมาล้มตัวนอนลงบนโซฟาสีสันสดใสตัวเดียวที่ใครไม่รู้นำมาวางทิ้งไว้

ดาดฟ้าของที่นี่มีสวนขนาดย่อม และมีโซฟาที่อยู่ใต้ร่มเงาของเถาวัลย์จากต้นอะไรสักอย่าง ผมก็ไม่ได้เก่งวิชาเกษตรขนาดที่จะรู้เรื่องพืชไปซะหมด หลับตาลงซึมซับเพลงที่ยังคงก้องอยู่ในหู ผมรู้สึกกำลังเคลิ้มเหมือนจะหลับ จู่ๆหูฟังข้างขวาก็ถูกกระตุกออกจากหูของผม ทำให้ผมลืมตาขึ้นมาด้วยความตกใจ

 

“แอบโดดมานอนสบายในที่ของคนอื่นแบบนี้ไม่ดีเลยนะ รู้ไหม?”

 

เขาที่มีหูฟังของผมอยู่ในมือ พูดขึ้นพร้อมแววตาที่ติดออกจากขี้เล่นไปสักหน่อย ผมขยี้ตาอย่างไม่เชื่อสายตาของตัวเอง

 

“เมาขี้ตาหรือไง”

 

เสียงเล็กๆของเขาหัวเราะกับการกระทำของผม เขายื่นหูฟังคืน นั่นลงข้างกัน

นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้รู้จักตัวตนของเขาในแบบที่คนอื่นไม่รู้จัก พร้อมกับเรื่องบางเรื่องที่ผมไม่ควรได้รับรู้

.

.

วันนี้เป็นอีกวันที่ผมหลบภัยความน่าเบื่อมาอยู่ที่นี่อีกครั้ง ประตูที่ถูกผลักออก ร่างสองร่างที่อยู่บนโซฟาทำให้ผมหยุดเดินและเฝ้ามองอยู่ที่หน้าประตู

เขาหัวเราะให้กับคำพูดของคนคนนั้นที่นั่งอยู่ข้างๆ รอยยิ้มที่มีผลต่อใจของผมโดยตรง ถูกส่งให้คนคนนั้น ใบหน้าของทั้งคู่ที่ลดระยะห่างและบรรจบกันในที่สุด ผมมองความเป็นไปของมันแต่ต้นจนจบ

จริงๆ..ผมก็ไม่ได้อยากมองภาพตรงหน้านี้เท่าไหร่ ยิ่งมองมัน ยิ่งปวดหนึบที่บริเวณอกข้างซ้าย แต่เขางดงามเกินกว่าจะละสายตาหนีได้

ใบหน้าที่ติดจะออกหวาน และริมฝีปากเจ่อเล็กน้อยจากการที่ถูกลุกล้ำ หันมายิ้มให้ผม เมื่อรู้สึกได้ถึงความเป็นส่วนตัวที่ลดลง คนคนนั้นก็หันมามองตามเขาเช่นกัน

 

“มาพักสมอง?”

 

คนคนนั้นถามผม ด้วยเสียงกวนประสาท ไม่ได้มีอาการหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ ผมยักไหล่ กลับหลัง กำลังจะเดินลงไป

 

“เดี๋ยวบ๊อบ! มานั่งเล่นด้วยกันหน่อย พี่มินโฮกำลังจะไปพอดี”

 

เขาเรียกผมไว้ ผมชะหงัก หันกลับไปหาเขา พี่มินโฮหรือผมควรเรียกให้ถูกว่าอาจารย์มินโฮ ส่งมือไปลูบหัวเขาอย่างอ่อนโยน และเขาก็ส่งยิ้มอย่างที่ผมชอบมองกลับไปให้ อาจารย์มินโฮเดินมาตบไหล่ผมสองที

“ฝากดูฮันบินด้วย แล้วเราน่ะอย่าโดดบ่อย”

ก่อนเดินลงบันไดไป

ผมเดินมานั่งลงข้างเขา เขาส่งหูฟังมาให้ผมและกระตุกข้อมือเป็นเชิงชวน ผมรับมาพร้อมยัดมันไว้ในหู ซึมซับมัน  เฝ้ามองใบหน้าด้านข้างของเขา แสงแดดยามบ่ายที่ตกกระทบลง มันยิ่งทำให้เขางดงาม หลับตาลงและปล่อยความคิดให้ล่องลอยไปกับเสียงเพลง

ความรู้สึกของผมที่มีต่อเขาอาจเหมือนกับดอกเชอร์รี่บอสซัม  ที่มันจะค่อยๆผลิบานอย่างช้าๆไปพร้อมๆกันจนทั่วทั้งต้น สวยงามและหอมหวาน จากนั้นก็ล่วงหล่นลงมาสู้พื้นดิน สลายกลายเป็นปุ๋ยเพื่อบำรุงต้นของมัน

ล่วงหล่นและแหลกสลาย…

 

บุคคลแรกที่มีอิทธิพลโดยตรงต่อความรู้สึก...คิมฮันบิน

TBC.

-------------------------------------------------------

Talk.

สอบเสร็จแล้วทุกคนนนนนนนนนนนนนนน เย้!! (จุดผลุ)

ไม่ใช่อะไรเรื่องนี้เขียนไว้นานแล้ว ก่อนสอบมิดเทอมอีก แต่ยุ่งมากไม่มีเวลาลง (ฮืออออออออ)

เลยมาลงฉลองสอบเสร็จเลยแล้วกัน(ฮาาาาา)

จริงๆเรื่องนี้อ่ะจะปล่อยให้พี่บ๊อบนกอย่างนี้แหละ แต่ด้วยความที่ว่าเป็นคนที่ชอบเขียนอะไรมุ้งมิ้งๆ เลยปล่อยไปไม่ได้ ;____; เลยจะต่อ  ก็อาจจะมีแค่ห้าตอนจบนั่นแล

ยังไงก็เอ็นจอยรี้ดิ่งนะคะ 

ทักท้วงได้ทุกเรื่องเลยนะคะ 

ไปบ่นได้ที่ #สั้นๆจากยย หรือ #ฟิคฤดูการของบ๊อบบี้ กะได้ เราจะเข้าไปส่อง

ขอบคุณที่หลงเข้ามาอ่านนะก๊ะ

เยิ้บ เยิ้ฟ เลิ้บ เลิ้ฟ ♥

 

edit @ 13 Mar 2016 07:28:26 by yeast.

edit @ 14 Mar 2016 18:58:04 by yeast.

edit @ 15 Mar 2016 17:28:08 by yeast.

edit @ 24 Mar 2016 12:15:53 by yeast.

edit @ 26 Mar 2016 17:26:48 by yeast.

edit @ 29 Mar 2016 18:29:16 by yeast.

Comment

Comment:

Tweet

ดันไปอ่านตอน2มาก่อน ฮ่าๆๆๆ 

ชอบอะ ให้ความรู้สึกล่องลอยดี 

เหมือนจะไม่ซับซ้อนแต่ยุ่งยากจังเลย 

อยากให้ฮันบินมีความสุขไวอะ

 

#1 By ๋Meroriin (101.51.247.83) on 2016-03-26 22:30