[Series] 02/1 The Rain #DoubleB

posted on 14 Mar 2016 19:20 by myyeenka

Title: The Rain
Part: 02/1
Pairing: Jinwon x Hanbin
Author: @yeast_13409
Word:1,816
Tag: #ฟิคฤดูกาลของบ๊อบบี้

--------------------------------------------------

 

 

 

 

มิถุนายน

3 มิถุนายน

 

เป็นวันแรกที่ผมได้มาบ้านของเขา

หน้าบ้านหลังใหญ่ที่ตกแต่งด้วยสไตล์เกาหลีแบบเก่า บรรยากาศการตกแต่งมันยิ่งทำให้ตัวบ้านดูน่าเกรงขาม แต่สำหรับผมมันแค่เป็นบ้านหลังใหญ่ที่อ้างว้างเกินไปสำหรับคนที่อยู่

ทำไมผมมาอยู่ที่นี่หน่ะเหรอ?

.

.

คิมจีวอน

อาจารย์มินโฮ เรียกผมขณะที่ผมกำลังจะออกจากห้องเรียน เพื่อไปเรียนวิชาถัดไป

“ครับ”

ผมเดินกลับมาหาอาจารย์ที่โต๊ะ

“วันนี้ ช่วยไปหาฮันบินหน่อยได้ไหม?”

“ครับ?”

ผมขมวดคิ้วตั้งคำถาม ฮันบินไม่ได้มาโรงเรียนสองวันแล้ว ไม่ใช่ผมไม่อยากเจอเขา แต่ผมทำอะไรไม่ได้เลยต่างหาก

“วันนี้ฉันติดประชุม คงจะกลับดึกหน่อย แล้วเขา..อยากเจอนาย”

‘โกหก

“ไม่มีปัญหาครับ ขอที่อยู่ด้วย”

ผมส่งยิ้มกลับไปให้อาจารย์หลังจากที่ได้รับแผนที่แล้ว

 

‘วันนี้ติดประชุมเหรอ เหอะ’

.

.

[ฉันบอกที่บ้านแล้วนะ เดี๋ยวก็มีคนมาเปิดประตูให้]

“ครับ”

ผมตอบอาจารย์มินโฮที่อยู่ในสาย ก่อนอาจารย์จะฝากฮันบินกับผมอีกครั้งและตัดสายไป

มีผู้หญิงวัยกลางคนมาพาผมเข้าไปในตัวบ้าน ในตัวบ้านดูทันสมัยกว่าภายนอกมาก แต่ยังคงมีการตกแต่งที่เหมือนออกมาจากหนังยุคโชซอน

ผมเดินตามหลังผู้หญิงวัยกลางคนมาเรื่อยๆ จนถึงห้องๆหนึ่ง เธอหยุดเดิน เลื่อนประตูให้ผมพร้อมโค้งให้ ผมโค้งตอบเธอแล้วเดินเข้ามาในห้อง ผมกวาดสายตาไปรอบๆ สะดุดกับร่างผิวขาวซีด ที่สวมฮูดสีขาวพร้อมสกินนี่ยีนส์สีดำตัวเก่งของเจ้าตัว นั่งอยู่ตรงหน้าต่างและทอดสายตาออกไปไกล ผมยกยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนเดินไปหาคนที่ไม่ได้หันมามองกัน

 

“ไง ทำไมไม่ไปเรียน”

 

เขาหันมามองผมด้วยดวงตาที่แดงก่ำ ผมขบฟันกับภาพตรงหน้า ดึงเขาเข้ามาซบกับหน้าท้อง ลูบหัวเขาเบาๆ สัมผัสเปียกแฉะทำให้รู้ว่า ก่อนที่ผมจะเข้ามา เขายังร้องไห้ไม่พอ เขายังพร่ำเรียกหาคนคนนั้น ที่แน่นอนว่าวันนี้ไม่กลับมาที่นี่ ผมหลับตาลงถอนหายใจ ทรุดตัวลงนั่งและกอดเขาในที่สุด

‘ทำไมยังทำร้ายได้ลงอีกนะ’

 

 

เสียงสะอื้นหายไปแล้ว น้ำตาก็เช่นกัน ไม่มีรอยยิ้ม หรือน้ำเสียงกวนประสาทอย่างที่เจ้าตัวชอบทำกับผม เวลาที่อยู่ด้วยกันเพียงสองคน เหลือเพียงแต่ใบหน้าไร้อารมณ์และแววตาที่ว่างเปล่า ความเงียบที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้ผมอึดอัด ผมจับมือเขาใช้นิ้วโป้งเกลี่ยมันเบาๆ

 

“พี่มินโฮไปหาเขา”

 

เขาเป็นฝ่ายทำลายความเงียบที่มี ด้วยประโยคที่เราต่างก็รู้ดีว่ามันคือความจริง มากกว่าการที่บอกว่าติดประชุม

 

“บ๊อบ”

“…”

“พาผมหนีได้ไหม”

 

เขาจ้องผม ผมขมวดคิ้ว กัดริมฝีปากตัวเอง พร้อมส่ายหน้า เขาไม่ได้ตอบอะไร มองผมด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ หลับตาลง ถอนหายใจและพยักหน้าเป็นคำตอบ ผมกระชับมือที่จับมือเขาให้แน่นขึ้น ผมเข้าใจความรู้สึกของเขาดีว่าเขารู้สึกยังไง ความรู้สึกของคนที่เรารักเริ่มถอยห่างเราไปทีละก้าว โดยที่เรายังคงอยู่ที่เดิม และไม่สามารถถอยหลังหรือก้าวต่อไปได้ ความรู้สึก...ที่มันปวดหนึบอยู่ที่อกข้างซ้าย ปวดจนชาและมันคงจะชินไปเอง

ซึ่งผมก็ยังคงทำไม่ได้สักที

สายฝนไม่ได้ช่วยให้ความเศร้าที่มีอยู่หายไป

.

.

.

.

.

16 มิถุนายน

 

สายฝนที่ซัดลงมา ทำให้ผมรีบวิ่งมาตรงสามแยก เพื่อหาที่หลบฝนให้เจ้าเพื่อนตัวน้อย ไม่สิตอนนี้พวกมันตัวใหญ่มาก คงเพราะว่าเขาเอาอาหารมาให้พวกมันทุกวัน จนไม่ว่าพวกมันจะไปไหน พวกมันก็จะกลับมาเพื่อรออาหารจากเขา

ผมรีบวิ่งมาพร้อมกับร่มสองคันในมือ ค่อยๆลดความเร็วลงเมื่อเห็นยุนฮยอง คุยอยู่กับเขา กลางสามแยกที่เจ้าตัวน้อยอยู่

 

“อ้าว เชี่ยบ๊อบ”

 

ยุนฮยองเรียกผม เมื่อเห็นผมเดินเข้าไปหา เขาหันมาและยิ้มให้

 

ตึกตัก..ตึกตัก..

 

“จะเอาร่มมาให้เจ้าเสือพวกนี้อ่ะดิ นกแล้วว้ายๆ”

 

ผมหัวเราะแล้วส่ายหัวให้กับมุกโง่ๆของมัน เขามองผมสลับกับยุนฮยอง

 

“ฝากด้วยละกันนะ ผมกลับแล้ว”

 

เขายิ้มให้ยุนฮยองเล็กน้อย

 

“โอ้ย ฮันบินแอดแทค”

 

ยุนทำท่าเหมือนถูกยิงที่หัวใจ มันยิ่งทำให้เขายิ้มกว้างขึ้น เขาหันรอยยิ้มนั้นมาเผื่อผม ก่อนเดินไปขึ้นรถที่จอดรออยู่

 

ตึกตัก..ตึกตัก..

ผมยังไม่ได้ละสายตาออกจากรถคันนั้นแม้มันจะหายไปกับสายฝนแล้วก็ตาม

 

“ฮันบินในโรงเรียน น่าจะเป็นเหมือนที่นี่เนอะ”

“มึงไม่มีวันเห็น ฮันบินที่นี่ในโรงเรียนหรอก”

 

ผมพูดแล้วหันไปมองหน้ามันพร้อมสายตานิ่งๆ มันพยักหน้าให้กับคำพูดของผม ก่อนเดินจากไปในสายฝนอีกคน

ผมหันกลับมาให้ความสนใจกับต้นเชอร์รี่บอสซัมตรงหน้า ที่โคนต้นตอนนี้มีบ้านหลังเล็ก ภายในมีแมวที่นอนก่ายกันอยู่สามตัว ผมยิ้มให้กับภาพตรงหน้า

สายฝนที่โปรยลงมา ค่อยๆจางหายไป เหลือเพียงท้องฟ้ายามคำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาว

ผมหุบร่ม เงยหน้ามองท้องฟ้า วาดภาพเขาด้วยดวงดาวที่มี และยิ้มออกมาอีกครั้ง ก่อนจะเดินกลับบ้านไป

 

สายฝนช่วยบรรเทาความเศร้าที่มีอยู่ให้น้อยลง

.

.

.

.

.

28 มิถุนายน

 

รอยยิ้มของเขากระทบกับแดดยามบ่าย เข้าหันมายิ้มให้ผมที่นั่งอยู่ข้างๆ บนโซฟาสีสดใส หูฟังยังคงเล่นเพลงที่อยู่ในลิสไปเรื่อยๆ เขาขยับปากร้องตามเพลงที่เล่น รอยยิ้มยังไม่หายไป จนผมต้องยกยิ้มตาม เราประสานเสียงกันร้องเพลง

ก้อนเมฆ เริ่มเคลื่อนต่ำลงเรื่อยๆ ตามด้วยเสียงของการร่ำไห้จากสวรรค์

เถาวัลย์ที่มีอยู่ไม่ได้ช่วยบังเราจากน้ำตาของท้องฟ้า

ผมจับมือพาเขาวิ่งมาที่ประตูทางเพื่อลงไปข้างล่าง เราต่างเนื้อตัวเปียกปอน

ผมพาเขาเดินมาเรื่อยๆตามทาง มือที่ไม่ได้ปล่อยออกจากกัน หูฟังยังคงเล่นเพลงอยู่ ผมส่งมือที่ว่างเลื่อนประตูให้เปิดออก พาเขาเข้าไปนั่ง ถอดหูฟังจากหูของผมส่งให้เขา ผมเดินมาเปิดล็อกเกอร์เพื่อหยิบผ้าขุนหนูสองผืน ส่งให้เขาผืนหนึ่ง และใช้อีกผืนเช็ดหัวตัวเอง

จากนั้นก็เปิดล็อกเกอร์อีกรอบ หยิบชุดพละของตัวเองออกมา เขาเห็นดังนั้น จึงลุกไปที่ล็อกเกอร์ของตัวเองเพื่อเปลี่ยนเป็นชุดพละเหมือนกัน ผมหันหลังให้เขาแล้วปลดกระดุมเสื้อนักเรียนของตัวเองออก

 

“เขินเหรอ?”

“ไม่ได้เขิน แต่กลัวอดใจไม่อยู่”

 

ผมตอบเขาไปในขณะที่ใส่เสื้อ คำตอบของผมทำให้เขาหัวเราะ

 

“จริงๆ จะทำก็ได้นะไม่ได้ว่าอะไร”

 

ผมเงียบให้กับประโยคนั้นของเขา เปลี่ยนกางเกงไปอย่างเงียบๆ เสียงฝนยังคงดังอยู่ข้างนอกหน้าต่างกลบเสียงหัวใจของผมที่เต้นแข่งกับมัน เมื่อผมแต่งตัวเสร็จก็หันมาหาเขา เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว ยืนยิ้มให้ผมและส่งหูฟังมาให้ ผมยิ้มตอบกลับไปจนตาโค้งเป็นสระอิ และหยิบหูฟังมายัดใส่หู เราเก็บผ้าขุนหนูไปตาก แล้วเดินออกจากห้องไป

 

สายฝนช่วยลดระยะห่างระหว่างเรา

.

.

.

.

.

30 มิถุนายน

 

ผมกับเขาเดินกลับบ้านด้วยกัน จริงๆคือเขาขอเดินมาส่งผมที่สามแยก แล้วให้คนขับรถมารับที่นั่น ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรเขา ดีซะอีกที่ได้อยู่ด้วยกันนานขึ้นอีกหน่อย แต่แน่นอนว่าไอ้ยุนมันต้องตามมาด้วย เสียงพูดขึ้นระหว่างเราสามคนดังขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งใกล้สามแยก ยิ่งแย่งกันพูด

จริงๆก่อนหน้านี้มีแค่ผมกับไอ้ยุนที่คุยกัน เพราะก่อนจะพ้นรั้วโรงเรียน เขายังคงมีใบหน้าที่ไร้อารมณ์ สบตากับอาจารย์มินโฮที่มองมาด้วยความสงสัย ก่อนที่เขาจะเดินผ่านอาจารย์ไปอย่างกับเดินผ่านอากาศ

 

“เออ ฮันบินทำไมที่โรงเรียนชอบทำหน้าดุอ่ะ”

“ไม่ได้หน้าดุสักหน่อย นั่นหน้าปกติ”

“ปกติอะไร นึกว่าจะไปไล่ต่อยคนซะอีก รู้ไหมฉันกลัวนายมาตลอดเลยนะ เหมือนกับโกรธคนตลอดเวลา”

 

เขาหัวเราะก่อนตอบออกไป

 

“จริงๆ ผมก็โกรธคนตลอดเวลาที่อยู่โรงเรียนนั่นแหละ”

ประโยคนั้นทำให้ผมหยุดยิ้ม

 

“หื้ม? โกรธใครฉันจะไปจัดการมันเอง”

 

เขายังคงหัวเราะ ไอ้ยุนมันยกมือขึ้นมาต่อยอากาศ แต่ผมกลับไม่ได้ตลกกับมุกของมันอีกต่อไป หันไปมองหน้าเขาที่เดินอยู่ข้างๆ

‘แววตาไม่ได้หัวเราะตามปากเลยนะ’

แล้วผมก็เป็นคนเปลี่ยนบทสนทนา เราสามคนเดินมาเรื่อยๆจนถึงกลางแยกที่มีต้นเชอร์รี่บอสซัมไร้ดอก กับโคนต้นที่มีบ้านหลังเล็กๆสำหรับแมวสามตัวอยู่ ซึ่งตอนนี้ไร้ร่างของเจ้าของ ไอ้ยุนแยกตัวออกไปก่อน ผมยังคงยืนรอคนมารับเขา ความเงียบเริ่มปกคลุมอีกครั้ง รอยยิ้มของเขาจากหายไป ใบหน้าเศร้าหมองเข้ามาแทนที่ ผมส่งมือออกไปจับเขา

รอยยิ้มของเขาปรากฏขึ้นอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าใครขับรถสีดำจากบ้านมารับ มันมาพร้อมกับแววตาของเขาที่ทำให้หัวใจของผมปวดหนึบ เขาปล่อยมือผมและวิ่งไปขึ้นรถ ผมกำมือข้างที่เขาปล่อย เขาเปิดประตูรถเข้าไปนั่ง ปิดประตู หันมายิ้มและโบกมือให้ ผมยิ้มตอบและส่งข้างที่เมื่อกี้ไม่ได้จับเขาโบกตอบกลับไป

รถสีดำพร้อมร่างสองร่างที่ผมคุ้นเคยดี เคลื่อนห่างออกไปจนลับตา ผมยังคงยืนอยู่ที่เดิม ยื่นมือที่ยังคงมีไออุ่นจากเขาแบออกมาดู

 

แหมะ..

 

หยาดฝนหนึ่งเม็ด หยดลงบนฝ่ามือ ก่อนที่เม็ดอื่นจะร่วงตามลงมากระทบร่างผมที่ยืนอยู่กับที่

 

สายฝนช่วยซ่อน...น้ำตา

 

TBC.

 

-----------------------------------------------------

Talk.

โงยยยยยยย ดีใจมีคนชอบบรรยากาศเรื่องนี้ด้วยอ่ะ ดีจายย ;___;

จริงๆอู้จากการเขียนบ๊อบยุนของจิ๊งซ์&ลัคแหละ (ฮาาาาาา)

พอมาเขียนนี่แล้วแบบ เห้ย!มันไหลว่ะแกร เลยยาวจนจบออกมาได้หนึ่งพาท

แต่ยังคงคอนเซ็ปสั้นๆจายยอยู่ (อิ้อิ้)

คุณ @Aruhstrct บอกว่าบรรยายกาศเหมือน Kimi ni Todoke

บอกอีกรอบเลยแล้วกันว่าใช่ค่ะ เอาบรรยากาศตรงสามแยก กับความกลัวที่ทุกคนมีต่อฮันบินมาจาก ซาวาโกะจังเลย

ส่วนคาแรคเตอร์พี่บ๊อบจริงๆ อยากเอาคาแรคเตอร์ของคาเซฮายะคุงมาใช้เลยนะ แต่แบบมันไม่ใช่อ่ะ ฮ่าๆ 

นกต่อไปนะเธอ อย่างที่บอกห้าตอนจบเนอะ 

 

เอ็นจอยรีดดิ่งนะคะ

 

ขอบคุณที่หลงเข้ามาอ่านนะคะ

 

แท็กหน่อยยย #สั้นๆจากยย หรือ #ฟิคฤดูกาลของบ๊อบบี้

 

รักนะยู♥

 ปล.ดูคำผิดให้ด้วยสิ เดี๋ยวเราโป๊ะ! 555555555555♥♥

 

edit @ 15 Mar 2016 17:38:56 by yeast.

edit @ 26 Mar 2016 17:28:50 by yeast.

edit @ 26 Mar 2016 17:31:57 by yeast.

edit @ 26 Mar 2016 17:33:05 by yeast.

edit @ 29 Mar 2016 18:29:15 by yeast.

Comment

Comment:

Tweet