[Series] 02/2 The Rain #DoubleB

posted on 24 Mar 2016 16:43 by myyeenka

Title: The Rain
Part: 02/2
Pairing: Jinwon x Hanbin
Author: @yeast_13409
Word: 3,136
Tag: #ฟิคฤดูกาลของบ๊อบบี้

---------------------------------------------

 

 

 

กรกฎาคม

13 กรกฎาคม

 

ผมกำลังอยู่ที่สนามบินประจำชาติ มือง่วนอยู่กับการกดโทรศัพท์ที่ปรากฏหน้าต่างสนทนาของโปรแกรมแชทไว้

 

K.BOB: มึงอยู่ไหน

T.MARK: กำลังจะออก

 

ผมเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง แล้วมองหาไอ้เพื่อนตัวดีที่มาจากอเมริกา มันเดินออกมาจากเกท เดินตรงมาที่ผมพร้อมเป้ใบใหญ่ ผมยิ้มให้มันและส่งมือไปออกไปทักทายอย่างที่พวกเราทำประจำ

 

“ไหนมึงบอกว่าทัวร์เอเชียปีหน้า?”

“กูคิดถึงมึงไง เลยเปลี่ยนแพลน”

“แล้วเชี่ยจั๋นไม่มาด้วย?”

“มันขอแวะแม่ที่ฮ่องกง เดี๋ยวตามมา”

 

 

ผมพยักหน้าให้กับคำบอกเล่าของมันแล้วพากันเดินทางกลับบ้านผมพามันขึ้นซับเวย์เนื่องจากไม่มีรถส่วนตัว ไอ้มาร์คมันก็ไม่ได้ลำบากอะไรเท่าไหร่ เพราะคงจะชินจากการเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลกของมัน
ผมขออธิบายคร่าวๆเลยแล้วกันว่าไอ้หน้าหล่อนี่มันเป็นใคร แล้วขอกล่าวถึงเพื่อนรักอีกคนที่ผมเรียกมันว่าจั๋นด้วย

ไอ้หน้าหล่อนี่คือเพื่อนชาวเอเชียของผมตั้งแต่ที่ผมอยู่อเมริกา ชื่อมาร์ค ต้วน ดูจากชื่อก็คงจะรู้ว่ามันมีเชื้อสายคนจากแผ่นดินใหญ่อย่างประเทศจีน ส่วนไอ้จั๋น คือ แจ็คสัน หวัง เพื่อนคู่ดูโอ้ของมัน พวกมันสองคนไม่ได้เรียนต่อไฮท์สคูล ก็ไม่ได้อะไรมากแค่เป็นพวกอยากค้นหาตัวเอง ออกเที่ยวไปทั่วโลกเรื่อยๆเพื่อหาประสบการณ์ แรงบันดาลใจ

.

.

W.JACK: (Send Photo)

“บ๊อบ มึงดูเชี่ยแจ็คแม่งลูกแหง๋ชิบหาย”

 

ไอ้มาร์คยื่นโทรศัพท์มาให้ผมดูรูปที่ไอ้จั๋นที่ส่งมาอวด มันเป็นภาพที่มันหอมแก้มแม่ผู้ที่ไม่ได้เจอกันมานานของมันอย่างหน้าหมั่นไส้ผมคว่ำปากให้กับภาพที่เห็น

 

“มึงก็ถ่ายรูปคู่กับแม่กูไปตอกหน้ามันดิ รับรองมันต้องรีบมาไฟท์แรกของพรุ่งนี้แน่”

“เออว่ะ ติดแม่มึงยิ่งกว่ามึงที่เป็นลูกแท้ๆอีก ฮ่าๆ”

“หึ คิดถึงตอนนั้นแล้วแม่งตลกชิบหาย จนเขานึกว่าบ้านกูเป็นโฮสมันกันหมดอ่ะ”

“แล้วมึงจะกลับเมกาไหม?”

ผมเงียบให้กับประโยคคำถามของไอ้มาร์ค หยุดเดิน จนไอ้มาร์คที่เดินนำไปก่อนต้องหยุดหันหลังกลับมามองผม

 

“ไม่อยากกลับแล้ว?”

“เปล่าก็แค่... กูยังกลับตอนนี้ไม่ได้”

“โถ่ว นึกว่าอะไร มึงเพิ่งปรับตัวได้เองนะโว้ย ที่ถามไม่ได้หมายถึงว่าให้กลับเร็วๆนี้นี้สักหน่อย”

 

ไอ้มาร์คเดินกลับมาหาผมแล้วคล้องคอผมให้เดินต่อ ระว่างทางมันเล่าประสบการณ์ตะลุยโลกต่างๆนาๆและสารพัดเรื่องแปลกประหลาดของแจ็คสันในดินแดนที่พวกมันทั้งคู่พากันไป เรื่องพวกนี้ทำให้ผมยิ้มออกมาและนึกถึงวันเก่าๆที่พวกเราพากันไปเอาท์ดอร์ในเมืองต่างๆของอเมริกา

ผมพาไอ้มาร์คเข้ามาในบ้าน แม่ที่รอมันอยู่แล้ว เดินออกมาต้อนรับและสวมกอดมัน ผมปลีกตัวออกมาเพื่อเอาเป้ของไอ้มาร์คไปเก็บบนห้อง ปล่อยให้แม่และลูกชายสุดที่รักลำดับที่สองรองจากไอ้แจ็คสันพูดคุยถามไถ่ความเป็นไปของกันและกัน

ผมเดินลงมาจากห้องของตัวเอง เห็นไอ้มาร์คแคมหาไอ้แจ็คอวดว่าตัวเองอยู่กับแม่ทูนหัวของมันอยู่ ผมส่ายหัวและยิ้มกับภาพตรงหน้า พาร่างตัวเองเข้ามาให้ครัวเพื่อหาอะไรออกไปให้คนที่มาจากแดนไกลกิน ในขณะที่ร่างกายก้าวเข้ามาในโซนครัว

 

“อ้าว บ๊อบใครมาเหรอ”

 

ตึกตัก..ตึกตัก..

คนที่กำลังจะชนกับผมถามขึ้น ผมตัวแข็งทื่อ ใบหน้าของเขาที่เกือบจะชิดอก ผมรีบส่งมือไปดันไหล่เขาออก

 

“มาได้ยังไง มาตั้งแต่เมื่อไหร่ เกิดเรื่องอะไรหรือเปล่า”

“เดี๋ยวก่อน ใจเย็นๆผมตอบคำถามไม่ทันนะ”

 

เขาหัวเราะออกมา ผมยังคงขมวดคิ้วมองที่เขาด้วยแววตาจริงจัง

 

“อ่า..ตอบคำถามแรกนะ”

“…”

“พี่มินโฮมาส่ง”

“แล้วเขาอยู่ไหน ทำไมต้องมาส่งที่บ้านนี่ด้วย”

“ผมยังตอบคำถามชุดแรกไม่หมดเลย ใจเย็นๆสิ”

 

เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ดุแบบไม่จริงจังนักพร้อมยู่ปากอย่างหน้าเอ็นดู

 

“คำถามที่สอง มาหลังจากที่บ๊อบออกไปนั่นแหละ อ่ะ!ห้ามแทรกนะ ให้ผมตอบคำถามให้ครบก่อน”

 

ผมรีบหุบปากทันทีที่มือน้อยๆนั่นส่งนิ้วชี้มาที่หน้าผม ผมยังคงจับไหล่เขา และตั้งใจฟังเสียงเล็กๆจากริมฝีปากที่ขยับอย่างเจื้อยแจ้ว

 

“คำถามที่สาม ใช่เกิดเรื่องอีกแล้วผมถึงต้องมาอยู่ที่นี่ไง”

 

เขายังคงพูดด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว ผมบีบไหล่เขาเบาๆ เขาส่งยิ้มมาให้ผมเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มตอบคำถามต่อไป

 

“พี่มินโฮก็คงไปหาเขาล่ะมั้ง แต่ก็คงต้องกลับมารับผมหลังจากเรื่องมันสงบนั่นแหละ”

 

ผมดึงเขาเข้ามากอดหลังจากจบประโยคนั้น เขาซุกหน้ากับอกของผมก่อนจะใช้คางเกยมัน มือของเขาสวมกอดผมตอบ

 

ตึกตัก..ตึกตัก..

 

“คำถามสุดท้าย ทำไมต้องมาบ้านบ๊อบน่ะเหรอ”

“…”

“ก็เพราะฮันบินก็มาหาเขาที่เป็นของฮันบินเหมือนกันไงเล่า”

 

พูดด้วยน้ำเสียงที่น่าเอ็นดูราวเด็กน้อยที่ออดอ้อนจะเอาของเล่น และซุกใบหน้าเข้ากับแผ่นอกของผม

‘อ่า..เขาที่เป็นของฮันบินสินะ’

เสียงหัวใจดังก้องอยู่ในหู น้ำเสียงและประโยคนั้นกังวานในอากาศ
ยิ้มออกมาราวกับการบานของดอกคุณนายตื่นสายที่ได้รับเสียงอาทิตย์
กดจูบลงบนผมนุ่ม เขาครางเสียงในลำคออย่างประท้วง

 

ก้อนเมฆที่เคลื่อนต่ำลง อากาศที่มืดสลัว แต่ไร้ซึ่งหยาดน้ำตาจากฝากฟ้า

อาจะทำให้พบกับเรื่องที่เหนือความคาดหมาย

.

.

.

.

.

15 กรกฎาคม

 

“มาร์คไปเที่ยวมาทั่วโลกแล้วเหรอ”

 

น้ำเสียงตื่นเต้นจากฮันบินถามขึ้น เรียกรอยยิ้มจากคนที่โดนถามได้อย่างดี ไอ้มาร์คส่งมือไปโยกหัวฮันบินอย่างเอ็นดู ผมยังคงยิ้มให้กับภาพตรงหน้า ดวงตาที่ประกายแววด้วยความตื่นเต้นจากเรื่องที่ฟัง รอยยิ้มที่วาดบนใบหน้าเนียนมันยิ่งทำให้อวัยวะข้างในออกซ้ายสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้

‘ทำยังไง ให้ความรู้สึกแบบนี้อยู่กับฮันบินตลอดเวลานะ’

‘ทำยังไง ให้ฮันบินไม่ต้องกลับไปเจอเรื่องแบบนั้นอีกนะ’

 

“ยังครับ มาร์คยังไปไม่ทั่วหรอก แค่มากกว่าที่ฮันบินไปเท่านั้นแหละ”

“หูยยย ฮันบินไปก็เหมือนไม่ได้ไปนั่นแหละ อยู่แต่ในที่พัก ก็ถ้าไม่อยากให้ใครเห็นฮันบิน เขาก็ไม่น่าเอาฮันบินไปด้วยเลยเนอะ”

“ฮันบิน”

ผมส่งมือออกไปจับมือนุ่มของฮันบิน ฮันบินกระชับมือตอบ พร้อมส่ายหน้า

“ผมไม่เป็นอะไรหรอก ชินแล้วน่ะ”

 

แววตาใสที่เคยเป็นประกายหมองลงเล็กน้อย รอยยิ้มยังไม่จางไปแล้วไอ้มาร์คก็เปลี่ยนหัวข้อบทสนทนา มันเล่าเรื่องแสบๆของพวกเราสามคนตอนอยู่อเมริกาให้ฮันบินฟัง เรื่องบางเรื่องที่มันเล่าก็ทำให้ฮันบินถึงกับโตตาแล้วถามด้วยความสงสัยว่า อายุแค่นั้นทำเรื่องแบบนี้ได้ด้วยเหรอ เรื่องบางเรื่องก็ทำให้ใบหน้าเนียนขึ้นสีระเรื่อ ส่งมือนุ่มมาทุบตีผมพร้อมเสียงราวกับการขู่ของแมวที่ว่า

 

“นี่บ๊อบเป็นคนแบบนี้เหรอ คนนิสัยไม่ดี นี่แหนะๆ เด็กดื้อต้องถูกตี นี่แหนะ”

“เอาเลยฮันบิน เอามันให้ตายเลย ฮ่าๆ”

“มาร์คก็เหมือนกันนั่นแหละ เด็กดื้อ! ฮึ่ย !”

พร้อมกับโยนหมอนบนโซฟาใส่ไอ้มาร์คที่นั่งอยู่เยื้องกัน

 

บทสนทนาต่างๆยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ผมเฝ้ามองใบหน้าของฮันบินที่ตั้งอกตั้งใจฟังเรื่องที่ไอ้มาร์คเล่า ยิ้มออกมาเพียงลำพัง เสียงโทรศัพท์ของฮันบินดังขึ้นพร้อมสัญญาณเตือนว่าควรจบบทสนทนาเพียงเท่านี้

ผมกับไอ้มาร์คพากันเดินออกมาส่งฮันบินที่สามแยก ระหว่างที่เดินมารอยยิ้มของฮันบินค่อยๆจางหายไป แววตาที่เคยเป็นประกายเริ่มกลับมาไร้แวว เงียบจนไอ้มาร์คต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเพื่อไม่ให้ตัวเองอึดอัดไปกับบรรยากาศ

เราเดินมาถึงกลางแยกที่มีต้นเชอร์รี่บอสซัมและบ้านหลังเล็กสำหรับแมวสามตัว รถยนต์คันสีดำจอดอยู่ห่างออกไป ฮันบินถอนหายใจ หันมายิ้มให้ผมและไอ้มาร์ค ก่อนจะเดินไปขึ้นรถ

ในรถมีร่างของผู้ชายที่ผมคุ้นเคยดีนั่งประจำที่ตำแหน่งคนขับ และตำแหน่งที่ควรเป็นของฮันบินตอนนี้มีร่างเล็กของหญิงสาวชาวต่างชาติ เจ้าของเรือนผมสีดำและดวงตาสีฟ้า

ผมเห็นฮันบินยิ้มให้เธอ ก่อนที่จะเปิดประตูด้านหลังและขึ้นรถไป โดยไม่ได้หันมามองผมและไอ้มาร์คอย่างที่เคยทำมาตลอด ผมเฝ้ามองจนรถเคลื่อนผ่านไปจนลับตา

 

“ฮันบินไม่สมควรอยู่ในที่แบบนั้น”

“…”

“มึงไม่คิดจะพาเขาออกมา?”

“…”

“พร้อมเมื่อไหร่บอกกูแล้วกัน กูจะช่วยเอง”

 

มาร์คว่า วางมือบนบ่าผมและเขย่าเบาๆ ผมหันไปสบตามัน พยักหน